วันเสาร์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2563

รีวิวอาการหวัดตั้งแต่เป็นวันแรกจนกระทั่งหาย

Image by Steve Buissinne from Pixabay

ช่วงที่กำลังทำบลอกนี้ก็เป็นช่วงเวลาที่กำลังเข้าสู่หน้าหนาว เรียกได้ว่าเป็นช่วงปลายฝนต้นหนาวก็ว่าได้ ซึ่งอากาศในช่วงนี้ก็จะเปลี่ยนแปลงค่อนข้างบ่อย ในแต่ละวันก็มีอากาศที่แตกต่างกัน จะเรียกว่า ในหนึ่งวันมีเกือบ 3 ฤดูกาลเลยก็ว่าได้ เช่นว่า ตอนเช้าอากาศเย็น ครึ้มฟ้า ครึ้มฝน พอสานหน่อยก็อาจจะมีฝนตกรินๆ หรือตกหนัก พอ ตกตอนบ่ายก็มีแสงแดดออกอากาศร้อน  ทำให้ร่างกายของเราปรับสภาพตัวเองไม่ได้ ทำให้เจ็บป่วยได้ง่ายขึ้น ซึ่งโรคที่มาพร้อมกับอากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อยแบบนี้ก็คือโรคหวัด หรือไข้หวัด อาจจะเป็นได้ทั้งไข้หวัดใหญ่ หรือหวัดธรรมดา ก็เป็นได้

    วันนี้ผมจะมารีวิวอาการของการเป็นหวัด โดยตัวผมเองถ้าอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยแบบนี้ก็จะเป็นหวัดได้ง่ายอยู่แล้ว ผมจะมาอัพเดทการเป็นหวัดตั้งแต่วันแรกที่มีอาการจนกระทั่งว่าหายหวัดเลยละกัน

วันที่ 1 (24 ตุลาคม 2563)

  อาการของการเป็นหวัดในวันที่ 1 หรือวันแรกเริ่มจาก ตื่นมาตอนเช้ามีอาการแสบคอ แต่ไม่ได้ดูว่าคอแดงไหม แต่คาดว่าน่าจะแดง แต่คงไม่มาก ในช่วงเช้านี้ก็จะไม่ค่อยแสบคอมาก พอเวลาผ่านไปประมาณ 10 โมงเช้าเริ่มมีอาการแสบคอมาก กลืนน้ำลายลำบาก เวลากลืนน้ำลายก็จะรู้สึกได้ว่าเจ็บคอ อาการก็ยังคงตัวคือยังเจ็บคอแบบนี้ตลอดทั้งวัน แต่จะบรรเทาลงบ้างเวลาที่เราได้ดื่มน้ำอุ่นๆ ซึ่งเหมือนว่าจะทำให้คอเราชุ่มชื้นขึ้น ก็จะรู้สึกดี แต่พอเวลาที่เราไม่ได้กินน้ำอุ่นๆ อาการเจ็บคอของเราก็กลับมา แต่อาการวันแรกนี้ไม่มีไข้ ทุกครั้งที่ผมเป็นหวัดก็มักจะมีอาการท้องเสีย คือ ปกติแล้วจะไม่ถ่ายตอนบ่าย ถ้าเริ่มเป็นหวัดก็จะถ่ายตอนบ่าย 
   ตอนเย็นวันนี้ก็เลยตัดสินใจกินยาซึ่ง ยาที่กินก็มี ฟ้าทะลายโจร ยาแก้แพ้ และพาราเซตามอล กินพร้อมกันแล้วก็เข้านอนตอน 21.00 น.

วันที่ 2 (25 ตุลาคม 2563)

 ตื่นมาในตอนเช้า 6.00 น. อาการของหวัดในตอนเช้านี้ก็มีอาการเจ็บคอ กลืนน้ำลายก็จะเจ็บคอทุกครั้งแต่อาการก็ไม่เจ็บมากกว่าอาการวันแรก เช้านี้ก็เลยต้องกินน้ำอุ่นเพื่อให้อาการเจ็บคอดีขึ้น กินข้าวเช้าแล้วก็กินยา ฟ้าทะลายโจร อีก 2 เม็ด อาการวันนี้เจ็บคอมากขึ้น กลืนน้ำลายลำบาก แต่ก็พยายามดื่มน้ำให้มากๆให้ได้อย่างน้อย 2 ลิตร เวลาที่เราได้ดื่มน้ำมันก็รู้สึกเหมือนว่า อาการเจ็บคอจะหายไป บางครั้งก็พยายามที่จะดื่มน้ำอุ่นๆเพื่อให้หายเร็วๆ ตามหลักการของการเป็นหวัด ในวันนี้ผมได้แวะซื้อน้ำมะเขือเทศไว้กินด้วยเผื่อว่าจะช่วยให้อาการหวัดดีขึ้น

วันที่ 3 (26 ตุลาคม 2563)

ตื่นมาในเช้าวันนี้อาการเจ็บคอบรรเทาลงมาก แต่ว่าก็ยังรู้สึกระคายเคืองคอ เช้าวันนี้มีเสมหะด้วย แล้วก็เหมือนว่าจะมีอาการไอร่วมด้วย เช้านี้หลังจากทานข้าวเสร็จแล้วก็กินยา ฟ้าทะลายโจรอีก 2 เม็ด ก่อนออกไปทำงาน วันนี้รู้สึกว่าแสบคอเนื่องจากการเจ็บคอ มันจะรู้สึกแสบๆที่บริเวณคอ พูดแล้วก็จะรู้สึกเหมือนจะไอ แต่ก็พยายามกินน้ำอุ่นๆไว้ให้บ่อยเพื่อช่วยให้ชุ่มคอ และบรรเทาอาการแสบคอได้บ้าง แล้วก็พยายามกินน้ำให้ได้มากๆโดยให้ได้อย่างน้อยสัก 2 ลิตร เพื่อให้อาการหวัดดีขึ้น เย็นวันนี้ก็กินยาหลังทานข้าวเสร็จ โดยกินยาฟ้าทะลายโจร 2 เม็ดเหมือนวันที่ผ่านมา แล้วก็เข้านอนตอน 21.00 น

วันที่ 4 (27 ตุลาคม 2563)

เช้านี้อาการเจ็บคอเหมือนว่าจะไม่มี แต่ว่ายังคงมีเสมหะ แต่ว่าไม่มีน้ำมูก ตื่นเช้ามาก็หายใจสบายโล่งดี แต่พอระยะเวลาผ่านไปได้สักหน่อยก็มีอาการคัดจมูกและก็มีน้ำมูกใสๆ พร้อมกับอาการจาม หลังจากทานอาหารเช้าเสร็จแล้วก็กินยาฟ้าทะลายโจรอีก 2 เม็ด แล้วก็ไปทำงาน อาการคัดจมูกวันนี้ทั้งวันเลย และมีน้ำมูกใสๆตลอดทั้งวัน พยายามกินน้ำอุ่นและกินน้ำให้มากๆ ตกตอนเย็นวันนี้ก็ยังมีอาการคัดจมูกอยู่ จนถึงเวลาเข้านอน อาการไอในวันนี้ค่อนข้างจะไอบ่อยเพราะว่าวันนี้อากาศค่อนข้างจะเย็น เลยทำให้มีการไอแบบแห้งๆ แต่ก็ยังไม่ได้กินยาแก้ไอ

วันที่ 5 (28 ตุลาคม 2563)

เช้าวันนี้มีอาการคือ คัดจมูก จาม และมีน้ำมูกไหล วันนี้ตอนเย็นกินยาแก้ไข้หวัดดีคอลเจน จำนวน 1 เม็ด 

วันที่ 6 (29 ตุลาคม 2563)

เช้านี้งัวเงียตื่นขึ้นมาเนื่องจากฤทธิ์ของยาที่กินไปเมื่อตอนก่อนนอน อาการของหวัดในเช้านนี้คือ อาการคัดจมูก จาม มีน้ำมูกไหล มีเสมหะ และมีการไอร่วมด้วย กินข้าวกินยาดีคอลเจนอีก 1 เม็ดก่อนไปทำงาน ตอนเย็นกลับมาบ้านก็ไม่ได้กินยาก่อนนอน วันนี้ฝนตกทั้งวันอากาศเย็น อาการไอก็ไม่ดีขึ้น ไอแบบแห้งๆ บ่อยมากๆ 

วันที่ 7 (30 ตุลาคม 2563)

เช้าวันนี้ตื่นมาพร้อมกับอาการปวดหัว จริงๆแล้วก็ปวดตั้งแต่เมื่อคืนแต่วาไม่ได้กินยา  อาการวันนี้มีอาการไอ จาม คัดจมูก มีเสมหะ แต่ไม่มาก กินข้าวกินยาแล้วก็ไปทำงานได้ ไม่มีอาการไข้ ตกตอนเย็นมาอาการเหมือนจะดีขึ้น รู้สึกเหมือนว่า หายแล้ว แต่ต้องรอดู คืนนี้กับเช้าวันพรุ่งนี้ ว่าอาการจะเป็นอย่างไร ดีตรงที่ไม่มีอาการเจ็บคอรุนแรง 




ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น

Comment